โคเบลเยี่ยนบลู

โคเบลเยี่ยนบลู Belgian Blue Cattle เป็นโคชนิดหนึ่งที่มีขนาดใหญ่และลักษณะแตกต่างจากโคชนิดอื่นๆ โคเบลเยี่ยนบลู นั้นดูผ่านๆมีลักษณะคล้ายคลึงกับวัวกระทิงหรือแรด เป็นโคที่มีรูปร่างใหญ่และมีกล้ามเนื้อมากบางคนเรียกโคชนิดนี้ว่า โคนักกล้าม โคชนิดนี้มีการพัฒนาในประเทศเบลเยี่ยมมันมีชื่อเสียงในเรื่องของรูปร่างและเนื้อที่มีคุณภาพสูง เนื้อโคเบลเยี่ยนบลู นั้นมีราคาสูงมากเนื่องจากมันมีคุณค่าทางอาหารสูง ไขมันและคลอเรสเตอรอลต่ำ โคเนื้อเบลเยี่ยนบลู มีต้นกำเนิดทางตอนกลางของประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นพันธุ์ เรดไพน์และแบล๊คไพน์ ที่ผสมกับโคชอร์ตฮอร์น ที่นำเข้าจากอังกฤษในช่วงปี ค.ศ. 1850-1890 ในช่วงนั้นมีการพัฒนาสายพันธุ์เพื่อใช้ในการผลิตนมวัว ต่อมาราวปี 1960-1970 มีการเน้นลักษณะของกล้ามเนื้อเป็นลักษณะเด่นที่คัดเลือก มีการพบว่าเนื้อโคชนิดนี้เป็นเนื้อโคที่มีคุณภาพสูง มันอุดมด้วยโปรตีนจำนวนมากรวมถึงไขมันและครอเลสเตอร์รอลต่ำ นอกจากนี้ยังมีการประกวดโคเบลเยี่ยนบลูเพื่อชิงเงินรางวัลด้วย โคเบลเยี่ยนบลู เป็นโคที่มีน้ำหนักมาก […]

Continue reading »

โคพันธุ์ลิมูซิน

  โคพันธุ์ลิมูซิน Limousin Breed เป็นโคชนิดหนึ่งที่มีขนาดใหญ่มากเป็นโคที่อาศัยอยู่ทางแถบยุโรปตอนเหนือบริเวณเขตหนาวอบอุ่น โคชนิดนี้สันนิฐานว่ามีมายาวนานมากแล้ว มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์บ่งชี้ว่า โคชนิดนี้อาศัยอยู่นับแต่ก่อนประวัติศาสตร์ในช่วงยุคหินและยุคน้ำแข็ง ซึ่งมีหลักฐานจากภาพวาดโบราณภายในถ้ำหรือหนึ่งของประเทศฝรั่งเศสคาดว่ามีอายุราวๆ 20,000 ปี ซึ่งเป็นช่วงปลายยุคน้ำแข็งและต้นยุคหิน โคพันธุ์ลิมูซิน น่าจะเป็นสัตว์ที่แหล่งกำเนิดอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส มีลักษณะเป็นโคสีทองแดงและเป็นโคพันธุ์พื้นเมืองอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส บริเวณ Limousin และ Marche ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเลี้ยงโคสายพันธุ์นี้มากเนื่องจากบริเวณดังกล่าวนั้นมีสภาพอากาศที่แปรปรวนและการเจริญเติบโตของพืชก็มีน้อย ดังนั้นโคลิมูซินจึงสามารถปรับตัวเข้ากับสภาวะอากาศได้อย่างดี ทำให้การเพาะเลี้ยงโคลิมูซินเป็นไปได้อย่างดีอีกทั้งสามารถพัฒนาและเพาะพันธุ์โคได้โดยไม่มีกรรมพันธุ์ภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องเลย นั้นทำให้โคลิมูซินในประเทศฝรั่งเศสเป็นโคสายพันธุ์แท้ๆ ไม่มีการผสมข้ามสายพันธุ์ ในอดีตมีการนำโคมาผสมข้ามสายพันธุ์เพื่อให้โคมีรูปร่างและขนาดใหญ่ขึ้น ช่วงปี 1840 นั้นมีการนำโคชนิดนี้มาผสมกับโคพันธุ์ Agenaise เพื่อให้มีรูปร่างที่สูงขึ้นแต่ก็ล้มเลิกไปเพราะว่า […]

Continue reading »

โคนมพันธุ์เรดเดน (Red Danish)

เป็นพันธุ์โคนมชนิดหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ โคพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดจากประเทศเดนมาร์กและนิยมเลี้ยงการมากตามฟาร์มแถบชนบททั่วไปส่วนใหญ่ปสุสัตว์นิยมเลี้ยงเพื่อใช้ในการเกษตร วัวจะเลมหญ้าทำให้พื้นที่การเกษตรกว้างขึ้น หรือแม้แต่เลี้ยงเพื่อใช้นมสดเลี้ยงลูกวัวกำพร้าตัวอื่นๆ ทั้งนี้โคนมพันธุ์เรดเดน เป็นวัวที่มีขนาดใหญ่และเป็นสัตว์ท้องถิ่นของประเทศเดนมาร์ก ไม่มีปรากฏว่าแพร่กระจายตามประเทศอื่นๆ และถูกจัดว่าเป็นโคนมชั้นเดียวกับพันธุ์โฮลสตน์ฟรีเชียน แต่พันธุ์เรดเดนให้นมน้อยกว่าและไม่ดีเท่ากับพันธุ์โฮลสตน์ฟรีเชียนที่ทำนมเยอะกว่า ทำให้จัดเป็นโคกึ่งกึ่งนมเป็นโคขนาดใหญ่โดยทั่วไปลูกผสมของโคพันธุ์นี้ส่วนใหญ่จะมีสีดำ โครงสร้างดีตัวโต และให้นมมากพอสมควร ส่วนใหญ่โคพันธุ์นี้จะใช้เป็นการเลี้ยงเพื่อใช้เป็นอาหารเนื่องจากมีรูปร่างที่ใหญ่ ตัวผู้หนัก 950-950 กก. ตัวเมียหนัก 600 -700 กก. มีสีแดงเลือดหมูทั้งตัว แต่ตัวผู้จะมีสีเข้มขึ้นอาจจะมีจุดขาวในบางแห่งของร่างกาย ขนอ่อนนุ่ม ผิวหนังหลวม หัวค่อยข้างยาว เข่ายื่นไปข้างหน้าและโค้งลง จมูกมีสีกระดานชนวน หลังเรียบตรง บั้นท้ายยาว โคนหางนูน […]

Continue reading »

โคพันธุ์โฮลสตน์ฟรีเชียน

เป็นโคที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจเนื่องจากโคพันธุ์นี้เป็นโคนม ซึ่งใช้ในการผลิตนมวัวเพื่อออกจำหน่ายตามท้องตลาด โคนมพันธุ์โฮลสตน์ฟรีเชียน มีถิ่นกำเนิดจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่ผลิตนมวัวจำนวนมากส่งออกตามประเทศต่างๆ นอกจากนี้โคนมพันธุ์นี้ยังมีมากในประเทศเดนมาร์กอีกด้วยเป็นโคนมพันธุ์ที่กรมปศุสัตว์ได้คัดเลือกให้เป็นพันธุ์หลักในการปรับปรุงพันธุ์โคนมของประเทศ โคพันธุ์โฮลสตน์ฟรีเชียน นี้มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากโคหรือวัวพันธุ์อื่นๆในโลกคือ ลำตัวมีสีขาว-ดำเป็นจุดเด่นของร่างกาย แต่ลักษณะสีขาว-ดำของโคนมพันธุ์นี้นั้นมีไม่เหมือนกันและไม่เท่ากัน บางตัวอาจมีสีขาวมากกว่า บางตัวอาจจะมีสีดำมากกว่า ซึ่งการคัดเลือกโดยปสุสัตว์นั้นต้องมีการเลือกโคนมที่มีลักษณะสีขาว-ดำที่สมบูรณ์ อย่างเช่น การมีสีดำต่ำกว่าระดับเข่าจะไม่ได้รับ การจดทะเบียนเป็นโคพันธุ์แท้ โฮลสตน์ฟรีเชียน ตัวผู้โตเต็มวัยจะมีน้ำหนักที่  900-1,000 กิโลกรัม ตัวเมียหนักประมาณ 600 – 800 กิโลกรัม จัดเป็นโคนมที่มีขนาดใหญ่ที่สุด สำหรับตัวเมียจะมีเต้านมที่ใหญ่กว่าวัวชนิดอื่นๆ เพราะว่าเต้ามนวัวชนิดนี้ผลิตน้ำนมได้มากจึงจัดเป็นสัตว์เศรษฐกิจในเรื่องของการผลิตนมมากที่สุด พันธุ์โคนมที่ให้นมเฉลี่ยสูงที่สุด คือ […]

Continue reading »

โคบลอนด์ดะคิแตน

โคบลอนด์ดะคิแตน เป็นโคของประเทศฝรั่งเศสที่สร้างขึ้นมาใหม่ โดยใช้ชื่อ บลอนด์ดะคิแตน มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1962 โดยพัฒนามาจากโค จากภาคตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ซี่งมีถิ่นกำเนิดในที่ราบและ เนินเขา และเทือกเขา ดังนั้นโคบลอนด์ดะคิแตน จึงเป็นโคที่สืบทอดพันธุกรรม มาจากโคในยุคกลาง ซึ่งใช้งานลากรถบรรทุกอาวุธและสินค้า ต่อมามีการผสมรวมกับพันธุ์ชอร์ตฮอร์น ชาร์ลโรเลส์ และ ลิมูซิน แต่ก็ได้มีการคัดเลือกย้อนกลับมาให้มีลักษณะเหมือนกับแบบดั้งเดิม โคบลอนด์ดะคิแตน จึงมีคุณค่าเป็นโคงาน และเป็นโคเพื่อผลิตทั้งเนื้อและ แม่โคโดยเฉลี่ยจะมีความสูงที่หัวไหล่ ประมาณ 150 ซ.ม. และมีน้ำหนักระหว่าง 800-1100 […]

Continue reading »

โคสายพันธุ์เกลฟี

โคเกลฟี มีสีเหลือง แดง ทอง และมีบ้างที่เป็นสีดำ หนังสีเข้ม ในอดีตถูกคัดเลือกเพื่อมาใช้งาน ผลิตเนื้อ และนม เป็นโคเนื้อที่มีลักษณะของโคยุโรปที่ลักษณะในการเป็นแม่ที่ดี เชื่อง เลี้ยงและดูแลง่ายทำให้เหมาะสำหรับฟาร์มขนาดเล็ก โคเกลฟีเพศเมียมีความสามารถในการให้น้ำนมสูงทำให้เลี้ยงลูกได้ดี ลูกโคมีขนาดกลาง โตเร็ว น้ำหนักแรกเกิด 38-40 ก.ก. น้ำหนักหย่านมที่ 7 เดือน จะมากกว่า 200 ก.ก. และน้ำหนักที่ 12 เดือน จะมากกว่า 300 ก.ก. […]

Continue reading »

โคเฮอร์ฟอร์ด

โคเฮอร์ฟอร์ด เป็นโคที่พัฒนามาจากโคพื้นเมืองสีแดง ซึ่งมีอยู่ในพื้นที่เขตติดต่อระหว่างเวลล์กับฝั่งตะวันตกของอังกฤษ จุดกำเนิดของโคจริง ๆ อยู่ในเมือง เฮอร์ฟอร์ดเชียร์ ซึ่งมีการพูดถึง ในหนังสือการเกษตรหลาย ๆ เล่ม มาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 1600 และในระหว่างปี 1700 ถึงต้นศตวรรษที่ 1800 ก็มีเอกสารที่บันทึกถึงการเลี้ยงโคพันธุ์นี้ว่า มีการเลี้ยงในฟาร์มหลาย ๆ ฟาร์มในบริเวณเมืองเฮอร์ฟอร์ดเชียร์ ได้ชื่อว่าเป็นผู้ก่อตั้งพันธุ์เฮอร์ฟอร์ด ทางสมาคมได้เปลี่ยนชื่อเป็นสมาคมโคเฮอร์ฟอร์ด ในปี ค.ศ. 1886 8 ปีหลังจากสมาคมได้ก่อตั้งขึ้นมา การบันทึกในบันทึกฝูงพันธุ์จะประกอบด้วย พ่อ […]

Continue reading »

โคแองกัส

โคแองกัส แต่เดิมเมื่อเริ่มจดทะเบียนเรียกว่า อเบอร์ดีน แองกัส ได้รับการพัฒนาพันธ์มาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 จากโคดั้งเดิมที่ไม่มีเขาซึ่งส่วนใหญ่มีสีดำ และอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสก๊อตแลนด์ ซึ่งในท้องถิ่นเรียกว่า ด๊อดดีและ ฮัมลีย์ได้มีการผสมพันธุ์และคัดเลือกพันธุ์โคเหล่านี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1808 ในระยะเริ่มแรกการคัดเลือกและปรับปรุงพันธ์ทำในพื้นที่เมืองแองกัสอเบอร์ดีน ออฟโมเรย์ พันธุ์โคจากพื้นที่เหล่านี้ได้สืบทอดกันมาจนนำมาสู่การจดทะเบียนเป็นพันธุ์อเบอร์ดีน แองกัส ในปี ค.ศ.1862 และกระจายไปทั่วเกาะอังกฤษ และไอร์แลนด์จนเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายโคอเบอร์ดีน แองกัส ได้แพร่กระจายไปยังอาณานิคมของอังกฤษ เช่น ออสเตรเลียค.ศ.1840 นิวซีแลนด์ค.ศ.1863 อเมริกาค.ศ.1873 อาร์เจนตินาค.ศ.1879 และอัฟริกาใต้ค.ศ.1875 ในปัจจุบันประเทศเหล่านี้เรียกโคอเบอร์ดีนแองกัสว่าแองกัสเท่านั้นและตั้งสมาคมแองกัสของแต่ละประเทศเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงดูแลธุรกิจและปรับปรุงพันธุ์โคแองกัส […]

Continue reading »

โคพันธุ์ชาร์โรเล่ส์(Charolais)

วัวพันธุ์ชาโรเลส์มีถิ่นกำเนิดในเมืองชาโรลส์ ประเทศฝรั่งเศส เดิมเคยเลี้ยงเป็นโคงาน แต่ได้ทำการคัดเลือกพันธุ์เพื่อใช้เป็นทั้งโคงานและโคเนื้อ ลักษณะทั่วไปลำตัวมีสีขาวถึงสีครีม อาจมีผิวหนังสีแดงโดยเฉพาะบริเวณรอบจมูก ตา และใต้ท้อง จัดว่าเป็นโคเนื้อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกพันธุ์หนึ่ง โคเพศผู้โตเต็มที่มีน้ำหนักตัว 1,000-1,200 กิโลกรัม เพศเมีย 800-850 กิโลกรัม แม่โคให้ลูกที่มีน้ำหนักแรกเกิดสูง 45 กิโลกรัม และน้ำหนักตัวเมื่อหย่านมสูง 270-300 กิโลกรัมเป็นโคที่มีการเจริญเติบโตเร็ว 1.0-1.2 กิโลกรัมต่อวัน เมื่ออายุได้ 15 เดือน บางตัวมีน้ำหนักถึง 500 กิโลกรัม โคพันธุ์ชาโรเลส์ […]

Continue reading »

โคพันธุ์ซิมเมนทอล

โคพันธุ์ซิมเมนทอลเป็นโคพันธุ์ที่เก่าแก่และแพร่หลายไปทั่วโลกมากที่สุดพันธุ์หนึ่ง แม้ว่าสมุดประวัติฝูงพันธุ์เล่มแรกจะเกิดขึ้นที่รัฐเบอร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1806 แต่ก็มีหลักฐานปรากฏว่ามีการเลี้ยงและผลิตโคแดงและขาวจำนวนมากมาก่อนหน้านี้แล้ว ในอาณาเขตของผู้นำศาสนาในภาคตะวันตกของประเทศ โคแดงและขาวเหล่าเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะว่าเจริญเติบโตเร็ว ให้ผลผลิตน้ำนมดี สามารถทำเนยและชีสได้คุณภาพดี และยังสามารถใช้แรงงานได้อีกด้วย โคเหล่านี้จึงเป็นที่รู้จักและยอมรับโดยทั่วไปว่าเป็นโคที่ผลิตน้ำนมคุณภาพยอดเยี่ยม ในช่วงต้นปี ค.ศ. 1785 รัฐสภาสวิส ได้จำกัดการส่งออกโค เพราะว่าจำนวนโคลดลงจนไม่พอเพียงกับความต้องการภายในประเทศ และได้มีการตั้งสมาคมโคซิมเมนทอลจุดแดงและขาว ในอเมริกาได้มีการนำเข้าโคซิมเมนทอล ในช่วงต้นปี ค.ศ. 1887 มายังอิลลินอยส์ และมีรายงานการนำเข้าอีก ในปีค.ศ. 1895 มายัง […]

Continue reading »